How To Disable IPv6 In Windows 7?
มีวันหนึ่งเพื่อนอยากเข้ามาดึงข้อมูลจาก SQL Server บนเครื่อง Notebook ของผม พยายามใช้คำสั่ง ping [Host name/IP address] เพื่อเช็คว่าเครื่องตอบสนอง และอยู่ใน Network ไหม
พยายามใช้คำสั่ง ping workshop (ชื่อเครื่อง) อยู่นาน ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง อาจจะเป็นไปได้ที่ Notebook ของเพื่อนไม่ได้ mapping ชื่อเครื่องของผม (Host name) กับ IP address ไว้
วิธีแก้ปัญหาง่ายๆ ผมก็พิมพ์คำสั่ง ipconfig บน Command line เพื่อจะได้ก๊อปปี้ IPv4 address : 192.168.1.3 ส่งไปให้เพื่อน แต่สะดุดกับผลลัพธ์ที่ได้ ทำไม Tunnel Adapter Interfaces เยอะจังเลย! ดูได้จากกล่องสีแดงๆ ที่เรียงรายบน รูปที่ 1
จะถามใครได้ล่ะ นอกจากลุงกูเกิ้ล
สรุปได้ว่า Tunnel Adapter Interfaces เป็นส่วนหนึ่งของ IPv6 มันช่วยให้คอมพิวเตอร์ที่อยู่หลัง NAT firewall (เน็ตบ้าน – ออฟฟิศ ที่เราใช้อยู่กันนี้แหละครับ ยังคงใช้โปรโตคอล IPv4) สามารถเข้าใช้บริการเว็บที่สนับสนุน IPv6 ก่อนได้ โดยไม่ต้องรอให้พื้นที่นั้นๆ สนับสนุน IPv6
เรามาดูข้อดี – ข้อเสีย ถ้าเราจะ disable IPv6
ข้อดี
- เนื่องจาก IPv6 เป็นโปรโตคอลที่กิน CPU, memory รวมทั้ง bandwidth มาก ถ้าเราเปิดใช้โปรโตคอลทั้ง 2 ตัวพร้อมกัน แน่นอนเครื่องเราก็จะช้าลง ณ ขณะนี้ประเทศไทยเองก็ยังไม่สนับสนุน IPv6 แค่ใช้ IPv4 ก็น่าจะเพียงพออยู่แล้ว
- การเปิดใช้โปรโตคอล IPv6 อาจจะเพิ่มความเสี่ยง เพราะมันยังไม่ได้ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย
ข้อเสีย
- โดยปกติเมื่อเราลง Windows 7 หรือ Windows Vista มันจะ enable IPv6 ให้โดย default เมื่อเราเรียกใช้คำสั่ง dnslookup ซึ่งใช้ในการแปลง IP address ให้เป็น domain name แน่นอนว่า เราสามารถแปลงได้ทั้ง IPv4 และ IPv6 แต่ถ้าเรา disable เราก็จะใช้ฟีเจอร์นี้ไม่ได้ *อื้ม.. จะได้ใช้ไหมเนี่ย
- เค้าบอกว่า IPv6 มี Security Layer ที่ดีกว่า IPv4 ถ้าเรา disable มันไป เราจะได้รับการปกป้องน้อยลง*จริงหรือ ต้องลอง!!
- เนื่องจาก IPv4 จะหมดลงไปเรื่อยๆ *แต่ของไทยเรายังเหลือเฟื่อ เริ่มมีการใช้ IPv6 มากขึ้น และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในระบบ Network นั้น สนับสนุนทั้ง IPv4 และ IPv6 ถ้าเรา disable มันไป เราอาจจะไม่เห็นอุปกรณ์บางชิ้น หรือไม่สามารถ Chat หรือ ส่งข้อมูลให้กับเพื่อนได้
ถ้าเพื่อนๆ มีความต้องการจะ Disable IPv6 บน Windows 7 ดูตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
Step 1: คลิกขวาที่ไอคอน wireless connection หลังจากนั้นจะมี dialog เล็กๆ แสดงขึ้นมา ดังรูปที่ 2
Step 2: คลิกเลือก “Open Network and Sharing Center” หน้าต่าง Network Connections ก็จะแสดงขึ้นมา ดังรูปที่ 3
Step 3: คลิกที่ “Wireless Network Connections” หน้าต่าง Wireless Network Connection Status ก็จะแสดงขึ้นมา ดังรูปที่ 4
Step 4: คลิกที่ “Properties” หน้าต่าง Wireless Network Connection Properties ก็จะแสดงขึ้นมา ดังรูปที่ 5
Step 5: ใน Wireless Network Connection Properties ให้ติ๊ก checkbox หน้า Internet Protocol Version 6 (TCP/IPv6) ออก แล้วคลิก “OK” ดังรูปที่ 6
Step 6: คลิก “Close” เป็นอันว่า Wireless Connection ได้ถูก disable IPv6 แล้ว ดังรูปที่ 7 *เพื่อนๆ อาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงมี Step ต่อไปล่ะ มันปิดแล้วหนิ มันแค่ปิดการใช้งาน IPv6 ในส่วนของ Connections เท่านั้น แต่ไม่ได้ปิดในส่วนของ tunnel interfaces และ loop back เราต้องหยุดการทำงานในระดับ registry กันเลยทีเดียว
Step 7: เปิด Command prompt (CMD) และพิมพ์คำสั่ง regedit หลังจากนั้นกดปุ่ม ENTER เพื่อเปิด registry editor ดังรูปที่ 8
Step 8: เข้าไปที่รายการ: HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\services\ TCPIP6\Parameters คลิกขวาที่ Parameters แล้วเลือก New > DWORD (32-bit) Value ดังรูปที่ 9
Step 9: พิมพ์ DisabledComponents แล้วกดปุ่ม ENTER ดังรูปที่ 10
Step 10: ดับเบิ้ลคลิก DisabledComponents แล้วพิมพ์ ffffffff หลังจากนั้นคลิก “OK” ดังรูปที่ 11
Step 11: Restart เครื่อง
ตรวจสอบผลลัพธ์ เมื่อเครื่อง Restart เสร็จแหละ ผมเปิด Command prompt และพิมพ์คำสั่ง ipconfig อีกครั้ง ในที่สุด เราก็ disable IPv6 สำเร็จ Tunnel Adapter Interfaces หายไปหมดแหละ ดังรูปที่ 12
หมายเหตุ วันดีคืนดี หรือประเทศไทยพร้อมแหละกับ IPv6 เพื่อนๆ อยากกลับไปใช้ ก็แค่ลบ registry key: DisabledComponents และกลับให้ไปติ๊ก checkbox หน้า Internet Protocol Version 6 (TCP/IPv6) ใน Wireless Network Connection Properties หลังจากนั้นก็ Restart เครื่อง เราก็สามารถกลับไปใช้ IPv6 ได้เหมือนเดิม
จัดทำโดยทีมงาน คลีนโค้ด












