ช่วงนี้ผมมีโอกาสใช้งาน VBA บน Excel มากขึ้น และเห็นข้อดีในการประยุกต์ใช้กับงานที่ทำ อยากแบ่งปันความรู้นี้ และหวังอย่างยิ่ง
ผมขอเริ่มจากการใช้งานพื้นฐานก่อน เพื่อให้คนที่ไม่เคยใช้งานได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเรา โดยอ้างอิงเนื้อหาจาก The University of Texas at Austin ขออนุญาตใช้
สรุปหัวข้อดังนี้
- เริ่มใช้งาน Excel
- โครงสร้าง Excel
- ทำงานบน Excel
- สูตรและฟังก์ชัน
- การตั้งค่าหน้ากระดาษ
- การพิมพ์
เริ่มใช้งาน Excel
- ดับเบิ้ลคลิกที่ไอออน Excel บน Desktop
- หรือคลิกที่ปุ่ม Windows เลือก All Programs > Microsoft Office > Microsoft Office 2010
- หรือดับเบิ้ลคลิกที่เอกสาร Excel โดยตรงเลยก็ได้
ตอนนี้เราเปิดโปรเแกรม Excel ขึ้นมาแล้ว เริ่มสำรวจ
ส่วนประกอบต่างๆ ของ Excel
- The Ribbon: ริบบอน รวบรวมคำสั่งที่ใช้งานบ่อยๆ แยกเป็นหมวดหมู่
- Tabs: ประกอบไปด้วย 7 แท็บหลักๆ ซึ่งอยู่ส่วนบนของหน้าจอ
- Groups: แต่ละแท็บจะแบ่งคำสั่งเป็นกลุ่มย่อยๆ ที่มีลักษณะเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน
- Commands: คำสั่งจะมีทั้งที่เป็นปุ่ม หรือกล่องสี่เหลี่ยมสำหรับป้อนข้อมูล หรือเมนูได้
- Quick access toolbar: แถบเครื่องมือที่อยู่บน Title bar รวบรวมคำสั่งที่ใช้งานบ่อยๆ เอาไว้ด้วยกัน สามารถปรับแต่งคำสั่งหรือเพิ่มปุ่มลัด เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
- Formula bar: แถบสูตร ใช้สำหรับกำหนดสูตรคำนวณข้อมูล
- Status Area: แถบสถานะ ใช้แสดงสถานะต่างๆ ของโปรแกรม
- Scroll Bar: แถบเลื่อน ใช้เลื่อนไปยังพื้นที่ของเซลล์ที่ต้องการที่ไม่สามารถแสดงให้เห็นทั้งหมดในหน้าจอได้
- Fill Handle: จุดจับเติม ใช้ในคัดลอกเซลล์
- Sheet Tab scroll buttons: ปุ่มที่ใช้คลิกเพื่อเลื่อนไปยังเวิร์กชีทถัดไป
- Worksheet Tabs: แสดงแท็บเวิร์กชีททั้งหมดในเวิร์กบุ๊ก
Home Tab
แท็บที่มีกลุ่มคำสั่งที่ใช้งานบ่อยๆ เช่น ตัด (Cut), คัดลอก (Copy), วาง (paste) การกำหนดรูปแบบของข้อความ, การค้นหา และการแทนที่คำ เป็นต้น

Insert Tab
แท็บที่มีกลุ่มคำสั่งใช้งานในการแทรกงานต่างๆ เช่น ตาราง, ภาพประกอบ, แผนภูมิ, การเชื่อมโยง และข้อความ เป็นต้น

Page Layout tab
แท็บที่มีกลุ่มคำสั่งใช้งานในการจัดการหน้ากระดาษต่างๆ เช่น ระยะขอบ, ชุดรูปแบบ, ตั้งค่าหน้ากระดาษ, รูปแบบการพิมพ์ และจัดเรียง เป็นต้น

Formulas tab
แท็บที่มีกลุ่มคำสั่งใช้งานในการจัดการสูตรหรือฟังก์ชันต่างๆ เช่น ไลบรารีฟังก์ชัน, ชื่อที่กำหนด, ตรวจสอบสูตร และการคำนวณ เป็นต้น

Data Tab
แท็บที่มีกลุ่มคำสั่งใช้งานในการจัดการข้อมูลต่างๆ ได้แก่ รับข้อมูลภายนอก, เรียงลำดับ และกรองข้อมูล เป็นต้น

Review tab
แท็บที่มีกลุ่มคำสั่งใช้งานในการตรวจสอบตัวสะกดและไวยากรณ์, สร้างข้อคิดเห็น และป้องกันชีทไม่ให้มีการแก้ไข

View tab
แท็บที่มีกลุ่มคำสั่งใช้งานในการจัดการมุมมองของหน้ากระดาษ/ชีท/เวิร์กบุ๊ก เช่น มุมมองที่กำหนดเอง, การซูม และแสดง/ซ่อน รวมถึงการแช่แข็ง (Freeze Panes) หรือการแยกหน้าต่าง, การแสดงเส้นตาราง และซ่อนเซลล์ เป็นต้น

Formula bar
แถบสูตรอยู่ใต้แถบเครื่องมือ ใช้สำหรับกำหนดสูตรคำนวณข้อมูล ข้อมูลของเซลล์ที่ถูกเลือกจะแสดงในแถบสูตร เมื่อคลิกเมาส์ในแถบสูตร จะเห็นเครื่องหมาย ✖ และ ✔ ปรากฏ สามารถคลิกที่ไอคอน ✔ ตรวจสอบเพื่อยืนยัน และเสร็จสิ้นการแก้ไข หรือ ✖ เพื่อยกเลิกการแก้ไข

Name box
เป็นช่องแสดงการอ้างอิงตำแหน่งเซลล์ที่เลือกเช่น แสดงชื่อเซลล์เป็น B11 โดยชื่อเซลล์จะมาจากการชื่อหัวคอลัมน์ (Column Name) ต่อด้วย ชื่อแถว (Row Name) โดยจะต้องมีการอ่านตามลำดับ ดังนั้น B11 หมายถึง เซลล์ B11 ที่เกิดจากคอลัมน์ B ตัดกับแถวที่ 11
Row and column headings
ตัวอักษรและตัวเลขคือ การระบุแถวและคอลัมน์ในเวิร์กชีทหนึ่งๆ ของ Excel ส่วนตัดกันของแถวและคอลัมน์เรียกว่าเซลล์ ใช้แถวและหัวคอลัมน์เพื่อระบุการอ้างอิงของเซลล์ ตัวอย่างเช่น เซลล์ที่อยู่คอลัมน์ B และตัดกับแถว 11 เรียกว่า B11
Active cell
เซลล์ที่กำลังถูกใช้งานในขณะนั้น เซลล์ที่เป็นแอกทีฟเซลล์จะมีเส้นกรอบสีดำเข้มล้อมรอบ
Fill handle
มุมขวาล่างของเซลล์ที่ใช้งานมีกล่องขนาดเล็กที่เรียกว่าจุดจับเติม ซึ่งต้องให้เมาส์เปลี่ยนเป็นรูปกากบาทสีดำ (+) แล้วลากเมาส์ลงมา Excel จะช่วยให้เราคัดลอกข้อมูล และสร้างชุดของข้อมูลโดยอัตโนมัติ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราพิมพ์เดือนมกราคมในแอกทีฟเซลล์แล้วลากจุดจับเติมไปสี่เซลล์ Excel จะแทรกกุมภาพันธ์, มีนาคม, เมษายน และพฤษภาคมให้
Worksheet tabs
ไฟล์ของ Excel ประกอบด้วยเวิร์กชีทหลายๆ ชีท เรียกว่าเวิร์กบุ๊ก (Workbook) แท็บเวิร์กชีทด้านล่างของหน้าจอ ช่วยในการเข้าถึงเวิร์กชีท แต่ละแผ่นง่ายขึ้น
ทำงานบน Excel
การเปิดและปิดเอกสาร
เมื่อต้องการเปิดเวิร์กบุ๊กเก่าที่มีอยู่ในเครื่อง ให้คลิกที่แท็บ File

Excel จะแสดงกล่องโต้ตอบ (dialog box) เลือกไฟล์ที่ต้องการเปิดแล้วคลิก Open
การบันทึกเอกสาร
- คลิกที่แท็บ File -> คลิก Save ไดอะล็อกบ็อกซ์ (dialog box) ก็จะปรากฎขึ้น
- คลิกที่ปุ่ม Browse Folders (ที่มีรูปสามเหลี่ยมชี้ลง อยู่บนสุดของไดอะล็อกบ็อกซ์) เพื่อย้ายโฟล์เดอร์ที่ต้องการจะบันทึกไฟล์ **กรณีที่จำเป็น
- หรือใช้แถบนำทาง (Navigation Pane หรือ Places bar) ในการสร้างโฟลเดอร์ใหม่ภายใต้โฟลเดอร์หลัก แล้วบันทึกไฟล์ต้องการ
- ในกล่องใส่ชื่อไฟล์ ให้พิมพ์ชื่อไฟล์
- คลิกที่ปุ่ม Save เพื่อบันทึกไฟล์ในโฟลเดอร์ที่เลือก
ความแตกต่างระหว่าง Save As และ Save
-
บันทึกเวิร์กบุ๊กเป็นครั้งแรก:
เลือกใช้Save As เมื่อต้องการบันทึกแฟ้มที่มีชื่อที่แตกต่างกัน หรือบันทึกไว้ในสถานที่แตกต่างกัน -
บันทึกเวิร์กบุ๊กที่มีการบันทึกไว้แล้วก่อนหน้านี้:
เลือกใช้ Save เพื่อบันทึกเวิร์กบุ๊กที่มีอยู่ในที่มีชื่อเดียวกันในตำแหน่งเดียวกัน
สร้างเวิร์กบุ๊กใหม่
- คลิกที่แท็บ File:
Excel จะแสดง Backstage view ซึ่งสามารถเข้าถึงคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับแฟ้ม - เลือก New:
Backstage view จะแสดง templates ที่สามารถเลือกในคอลัมน์กลาง - คลิกที่ไอคอน Blank Workbook:
ไอคอน Blank Workbook อยู่ที่มุมซ้ายด้านบนของคอลัมน์กลาง - คลิกที่ปุ่ม Create:
โดย Excel จะสร้างเวิร์กบุ๊กใหม่บน Default Template

Note: สามารถกด Ctrl + N เพื่อสร้างเวิร์กบุ๊กใหม่โดยไม่ต้องแสดง Backstage view ก็ได้
การแสดงหลายๆ ชีทหรือเวิร์กบุ๊กหลายๆ เล่มในเวลาเดียวกัน
- เปิดเวิร์กบุ๊กที่ต้องการ:
ให้คลิกเปิดหน้าต่างใหม่บนเมนู Window และสลับไปยังหน้าต่างใหม่ แล้วคลิกชีทที่ต้องการดู
การใส่ข้อมูลลงในเซลล์ ที่อยู่ในเวิร์กชีท (WorkSheet)
เราสามารถใส่ตัวเลข (มีหรือไม่มีตำแหน่งทศนิยมคงที่ก็ได้), ข้อความ, วันที่หรือเวลา ในเซลล์เดียวหรือหลายเซลล์ก็ได้
- คลิกเซลล์ที่ต้องการป้อนข้อมูล
- ป้อนข้อมูลที่ต้องการลงในเซลล์
- เมื่อป้อนข้อมูลจบแล้ว ให้กด Enter หรือคลิกเมาส์ที่เซลล์อื่น
การย้ายเซลล์ที่ใช้งาน
- การ Drag เมาส์เพื่อกำหนดขอบเขตของข้อมูลที่ต้องการ:
- การเลือกทั้งแถว (Row):
คลิกที่ชื่อหัวแถวที่ต้องการเลือก สังเกตจะเกิดแถบสีทั้งแถวที่เลือก ดังรูป
- การเลือกทั้งคอลัมน์ (Column):
คลิกที่ชื่อหัวคอลัมน์ที่ต้องการเลือก สังเกตจะเกิดแถบสีทั้งคอลัมน์ที่เลือก ดังรูป
- การเลือกข้อมูลทั้งเวิร์กชีท (WorkSheet):
คลิกที่เซลล์มุมบนด้านซ้ายของจุดตัดกันของหัวแถวและหัวคอลัมน์ หรือกดปุ่ม Ctrl + A
การจัดรูปแบบข้อมูล (Formatting Data)
ใน Excel สามารถเปลี่ยนแบบอักษร และรูปแบบเซลล์หรือข้อความ ด้วยแถบจัดรูปแบบ โดยแถบจัดรูปแบบมีเครื่องมือหลายชนิดที่สามารถใช้เพื่อเปลี่ยนรูปแบบเช่น “ปุ่ม B” ตัวหนา, “ปุ่ม I” ตัวเอียง และปุ่ม U ตัวขีดเส้นใต้
การเปลี่ยนรูปแบบและตัวอักษร โดยใช้การจัดรูปแบบเซลล์
- พิมพ์คำว่า “ห้องลับ.คอม” ในเซลล์ B11 เพื่อความสะดวกเพื่อนๆ สามารถกระโดดไปที่เซลล์ B11 ได้ทันที โดยกด F5 พิมพ์ b11 และคลิก OK
- ตอนนี้เราอยู่ที่ตำแหน่ง B11 แล้ว ให้คลิกขวาที่เซลล์ และเลือก Format Cells กล่องโต้ตอบก็แสดงขึ้นมา
- จะเห็นแท็บย่อยทั้งหมด 6 แท็บดังนี้
- Number (ตัวเลข): ใช้กำหนดรูปแบบตัวเลขเช่น ทศนิยมกี่ตำแหน่ง, จัดรูปแบบเป็นวันที่ หรือสกุลเงิน เป็นต้น
- Alignment (การจัดแนว): ใช้จัดชิดซ้าย, ชิดขวา, กึ่งกลางเซลล์ หรือจัดอักษรให้อยู่ในแนวตั้ง แนวเอียง และถ้าข้อความยาวเกินไป สามารถย่อให้เล็กลง จะรวมเซลล์ให้ครอบคลุมข้อความทั้งหมดก็ได้
- Font (แบบอักษร): ใช้กำหนดชนิดตัวอักษร, ลักษณะ, ขนาด และสี
- Border (เส้นขอบ): ใช้กำหนดลักษณะเส้นขอบ ของเซลล์นั้นๆ ใช้สำหรับการกำหนดเส้นตาราง หรือเส้นใต้ เป็นต้น
- Fill (การเติม): ใช้กำหนดลวดลายพื้นหลัง และสีพื้นหลัง
- Protection (การป้องกัน): ใช้ป้องกันการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในเซลล์ หรือชีท
สูตรและฟังก์ชัน
สูตรและฟังก์ชัน คือจุดแข็งของสเปรดชีท (speadsheet) เราสามารถใช้ในการคำนวณข้อมูลทางการเงิน, ทางสถิติ และวิศวกรรม มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการทำงาน และสามารถสร้างสูตรนำไปใช้ซ้ำได้อีกด้วย
สูตรคำนวณปกติ
- เลือกเซลล์ที่ต้องการแสดงผลลัพธ์ จากตัวอย่างนี้ ตำแหน่งเซลล์อยู่ที่ B13
- พิมพ์เครื่องหมาย = แล้วตามด้วยตำแหน่งเซลล์เช่น =B11+B12 เสร็จแล้วกดปุ่ม Enter
- ที่เซลล์ B13 จะแสดงผลลัพธ์และที่ Formula bar จะแสดงสูตรคำนวณที่กำหนดไว้

คัดลอกสูตร
วิธีที่ง่ายที่สุดเพื่อคัดลอกสูตรจะมีจุดจับเติมที่มุมขวาล่างของเซลล์ สร้างสูตรเริ่มต้นแล้ววางตำแหน่งเมาส์บนจุดจับเติม ลากมากกว่าเซลล์ที่อยู่ติดที่ที่เราต้องการคัดลอกสูตรไป
ฟังก์ชัน SUM()
ใช้ในการหาผลรวม สามารถระบุเป็นอาร์กิวเมนต์ โดยกำหนดเป็นช่วง, การอ้างอิงเซลล์, อาร์เรย์, ค่าคงที่, สูตร หรือผลลัพธ์จากฟังก์ชันอื่นได้เช่น SUM(B11:B15) จะบวกตัวเลขทั้งหมดที่มีอยู่ในเซลล์ B11 ถึง B15 หรือ SUM(B11, B12, B13, B14, B15) จะบวกตัวเลขที่มีอยู่ในเซลล์ B11, B12, B13, B14 และ B15

ปุ่ม AutoSum
คือสูตรคำนวณผลรวมชุดข้อมูลตัวเลขจากคอลัมน์ที่อยู่ติดกัน เราสามารถกดปุ่ม Alt ตามด้วยปุ่ม = ( หรือ ปุ่ม Autosum อักษรตัว Sigma ในแท็บ Formulas) ก็จะได้ผลลัพธ์แสดงในเซลล์ถัดจากกลุ่มเซลล์ที่ต้องการให้คำนวณ
การใช้ปุ่มฟังก์ชันการแทรก
คลิกที่ปุ่ม Insert Funtion ในแท็บ Formulas กล่องโต้ตอบก็แสดงขึ้นมา
- คลิกเลือกหมวดหมู่ฟังก์ชันที่สนใจ
- ในฟังก์ชันกล่องโต้ตอบให้ระบุเซลล์ที่ทำงาน เรียกว่าอาร์กิวเมนต์ เลือกเซลล์ด้วยเมาส์และคลิก OK ให้สังเกตการสร้างฟังก์ชันในแถบสูตรด้านบน
การตั้งค่าหน้ากระดาษ
การกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับชีท ที่จะทำงาน (Page Setup)
- การกำหนดหน้ากระดาษและชนิดกระดาษ
- คลิกที่แท็บ File -> Printer หรือ Ctrl + P หรือ Alt + FP เพื่อเปิดพาเนล Printer แล้วเลือก Page Setup ดังรูป
- คลิกเลือกแท็บ Page
- Orientation เลือกรูปแบบของกระดาษ แนวตั้ง (Portrait) หรือแนวนอน (Landscape)
- Scaling กำหนดการย่อ หรือขยายขนาดของชีท ในส่วนของ Adjust to: และ Fit to: ขนาดของความสูงของหน้าที่ต้องการให้เป็นแบบคงที่ได้
- Paper size: กำหนดขนาดของกระดาษที่ต้องการทำงานได้เช่น A4, Letter, Legal..
- Print Quality: กำหนดคุณภาพของการพิมพ์งานได้ ขึ้นอยู่กับเครื่องพิมพ์
- คลิกที่แท็บ File -> Printer หรือ Ctrl + P หรือ Alt + FP เพื่อเปิดพาเนล Printer แล้วเลือก Page Setup ดังรูป
- การกำหนดระยะขอบของหน้ากระดาษ
เมื่อต้องการเปลี่ยนระยะขอบ คลิกเลือกที่แท็บ Margins และกำหนดระยะขอบที่ต้องการ หน่วยวัดเป็นนิ้ว - การกำหนดหัวกระดาษ (Header) และท้ายกระดาษ (Footer)
การสั่งพิมพ์เอกสาร
- คลิกที่แท็บ File -> Printer หรือ Ctrl + P หรือ Alt + FP เพื่อเปิดพาเนล Printer ดังรูป

- ในพาเนล Printer คลิกเลือกเครื่องพิมพ์ที่ต้องการ
- เลือกจำนวน Copies เพื่อระบุจำนวนชุดเอกสารที่ต้องการพิมพ์
- หลังจากนั้นคลิกไอคอนรูป Printer เพื่อพิมพ์เอกสาร
นี่คือการใช้ Excel เบื้องต้นที่ผมสรุปย่อมาได้ครับ
จัดทำโดยทีมงาน คลีนโค้ด



